Chess online w88

ประวัติความเป็นมาของการเล่นกีฬาหมากรุก ในยุคสมัย กรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์

มีเรื่องชวนให้คิดถึงความเป็นมาของหมากรุกไทย บางประการ เช่น

การนับ

ไม่ว่าศักดิ์เรือ ม้า โคน เม็ด เบี้ยหงาย ไปจนถึงศักดิ์ กระดานที่เป็นกฎการเล่นหมากรุกไทยนั้น เราได้มาจากไหน หรือคิดค้นประยุกต์กันขึ้นมาเอง เพราะไม่ว่าต้นกำเนิดคือ จตุรงค์ หรือที่แพร่หลายออกไปยังประเทศต่างๆ ไม่มีที่ใด นับกันไม่ว่าศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น แพ้ก็แพ้ เสมอก็เสมอ เป็นการ ยินยอมกันทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ใช่การหาเสมอหรือทำให้เสมอ โดยการนับไปจนครบศักดิ์ต่างๆ ตามกติกาของไทยเรา

เป้าหมายหรือธงชัยของเบี้ย

ในจตุรงค์เดิม หมากรุกสากลหรือหมากรุกฝรั่ง ความหวังอันสูงสุดของพลทหารแนวหน้าหรือเบี้ย ที่อุตส่าห์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายบุกขึ้นไปเพื่อที่จะได้ตำแหน่งที่มีอำนาจ สูงสุดของกองทัพ คือ ควีน เรือ หรือกำลังตัวใหญ่อื่นๆ แล้วแต่ความปรารถนาที่จะเป็น เมื่อฟันฝ่าไปถึงตาบนสุด ของฝ่ายตน หรือตาแรกฐานที่ตั้งกำลังตัวโตฝ่ายตรงข้าม แต่พลทหารหรือเบี้ยของไทยเราหามีความหวังเช่นนั้นไม่ เป้าหมายสูงสุดของทหารเดนตายพวกนี้ ขอเพียงแค่ได้เป็นเม็ดระดับหัวหมู่ก็ถือว่าเป็นสิ่งสูงสุด ไม่มีโอกาสที่จะก้าวไกลไปกว่านั้นอีกแล้ว และกองกำลังที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของเหล่าพลทหารเสี่ยงตายหน่วยนี้ จะได้รับการ ติดยศเป็นหัวหมู่ทันทีที่สามารถไปยืนบนตาที่ ๖ ของ ฝ่ายตน หรือตาที่ ๓ ฐานเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามได้ นี่ก็เช่นเดียวกันเป็นกติกาที่ใช้เฉพาะหมากรุกไทยเท่านั้น

ในช่วงต้นๆ ของระยะเวลา ๑๕ ปี แห่งกรุงธนบุรีนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพฝันร้ายจากสงครามหฤโหดกับพม่า ที่ตื่นขึ้นมาได้บ้างก็เป็นระยะปลายรัชสมัย ที่รู้สึกตัวทั่วจากความฝันอำมหิตของภัยสงครามคราวนั้นจริงๆ ก็ล่วงเข้าแผ่นดินรัตนโกสินทร์แล้ว คนในสมัยกรุง ธนบุรีจึงอยู่ในภาวะต้องก่อ ร่างสร้างตัวกันใหมที่ไม่ใช่ภาวะปกติสุข การเปลี่ยนแปลงจากความเป็นอยู่ในภาวะปกติก่อนสงคราม จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำใจได้ ชีวิตถูกบีบคั้นจนคับแคบ การละเล่นเพื่อความครึกครื้นรื่นเริงก็ร่อยหรอ ร่วงโรยลง จะมีก็แต่ขุนศึกขุนทหารชนชั้นปกครองที่รู้ภาวะศักยภาพความเป็นไปของบ้านเมืองขณะนั้น ที่ยังมีอารมณ์เฮฮากันได้ตามโอกาส ในบรรดาขุนนางเหล่านี้ เจ้าพระยาจักรี (นามเดิมทองด้วง ต่อมาได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ชอบเล่นหมากรุกเป็นยิ่งนัก ขณะทำหน้าที่รักษาเมืองพิษณุโลก ป้องกันการบุกโจมตีจากกองทัพใหญ่ของอะแซหวุ่นกี้ ขุนศึกผู้เฒ่าจากแดนหงสาวดีในคราวนั้น ท่านมักใช้เวลายามว่างเล่นหมากรุกเป็นที่ครื้นเครงกับนายทหารคนสนิท อยู่เป็นประจำ กองทัพอะแซหวุ่นกี้ขณะล้อมเมืองอยู่นั้นได้จัดกำลังออกตีเป็นครั้งคราว ในเมืองผู้ถูกล้อมก็เช่นเดียวกัน ต้องคอยจัดทัพออกตีโต้โดยมีเจ้าพระยาจักรีเป็นผู้บัญชาการทัพ กองกำลังทั้ง ๒ ฝ่ายปะทะกันบ่อยครั้งเป็นแรมเดือน จนรู้ฝีมือรู้กระบวนท่าและความตื้นลึกหนาบาง ในเชิงศึกกันอย่างทะลุปรุโปร่งอโดยเฉพาะระหว่างผู้นำทัพทั้งสองคือเจ้าพระยาจักรีและอะแซหวุ่นกี้ ซึ่งในการรบบาง ครั้งเมื่อทัพพม่ายกมาตี เจ้าพระยาจักรีผู้นำทหารไทยฝ่ายป้องกันเมือง ก็จะถามทหารฝ่ายข่าวว่าใครเป็นผู้นำทัพ ถ้าคำตอบว่าเป็นอะแซหวุ่นกี้นำทัพเข้าตีเอง ท่านก็จะออกทำศึกด้วยตัวเอง แต่ถ้าเป็นแม่ทัพรองๆ ลงมาก็จะให้ทหารที่มีฝีมือไว้ใจได้ออกรับ มีอยู่คราวหนึ่งเป็นศึกใหญ่ พม่าทุ่มพลเป็นจำนวนมากเข้าโจมตี เจ้าพระยาจักรีกำลังเล่นหมากรุกเพลิดเพลินอยู่ เมื่อได้รับรายงานว่ากำลังพม่ายกมามากแต่ไม่ใช่อะแซหวุ่นกี้เป็นผู้นำ จึงสั่งทหารว่า “จัดรับกันไปก่อน ประเดี๋ยวหมากแผ่นนี้จบแล้วจะออกไปดู” ซึ่งก็สามารถป้องกันเมืองได้ทุกครั้ง นี่แสดงให้เห็นว่าในหมู่ทหารแม้ขณะปฏิบัติการรบ ก็ยังมีหมากรุกเป็นเครื่องคลายเครียด คลายเหงา และนิยมกันทุกชั้นยศ อย่างไรก็ตาม ศึกครั้งนี้กองทัพไทยไม่สามารถยันกองทัพพม่าได้ นานนัก จำเป็นต้องถอยทัพกลับกรุงธนบุรีด้วยสาเหตุ หลายๆ ประการแต่ที่สำคัญ คือ

๑. กองทัพพม่าที่ล้อมเมืองพิษณุโลก

เป็นทัพ ใหญ่มีกำลังพลมากมายมหาศาล เหนือกว่าฝ่ายไทยหลายเท่านัก ผู้นำทัพคืออะแซหวุ่นกี้ ขุนศึกผู้มีความเชี่ยวชาญในการรบที่เฉียบแหลม ทำศึกมาตั้งแต่หนุ่มจนเข้าวัยชรา จึงมีประสบการณ์และความชํ่าชองในยุทธวิธีสูงยิ่ง ฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่าจึงอยูใ่นฐานะเสียเปรียบ ต้องตั้งรับแต่เพียง อย่างเดียว

๒. เมืองพิษณุโลกมีแม่นํ้าผ่ากลาง

เป็นลักษณะชัยภูมิที่เรียกกันว่าเมืองอกแตก ไม่เหมาะที่จะตั้งรับศึกใหญ่ เพราะ เกิดความยุ่งยากล่าช้าในการสับเปลี่ยนกำลังคน เสบียง อาหารและการขนส่งอุปกรณ์ช่วยรบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการยากในการระมัดระวังข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่า ถ้าหากถูกโจมตีด้วยกำลังทางนํ้าก็จะพะวงศึกหลายด้าน ฝ่ายตั้งรับที่มีกำลังน้อยยากที่จะรับมือได้

๓. กองทัพไทยในคราวนั้นค่อนข้างอุ้ยอ้าย

เพราะไม่ ได้มีเฉพาะกองกำลังรบล้วนๆ แต่มีผู้คนที่อพยพมาจาก สุโขทัย สวรรคโลก พิชัย ทุ่งยั้ง อุตรดิตถ ์ พรหมพิราม และอีกหลายชุมชนในละแวกใกล้เคียงเมืองพิษณุโลก ซึ่งประกอบด้วยสตรี เด็ก คนสูงอายุ ที่ไม่อาจใช้เป็นกำลังรบได้ และกองทัพต้องให้ความคุ้มครอง ทำให้ต้องเสียกำลังพลไปอีกส่วนหนึ่ง อาหารที่มีอยู่จำกัด แต่ต้องเลี้ยงคนจำนวนมากจึงมีไม่พอในระยะยาว เพราะการรบคราวนั้น ทางกรุงธนบุรีไม่ได้คำนึงถึงเสบียงอาหาร เพียงตั้งใจจะกวาดต้อนผู้คนจากหัวเมืองต่างๆ ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ไปไว้ทีเมืองหลวง เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์เดิมก็ตั้งใจ อย่างนั้น แต่ศึกมาเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ จึงต้องติดพันไม่มีโอกาสจัดส่งผู้อพยพไปกรุงธนบุรีไดทั้นตามแผนเดิม จึงเกิดขาดแคลนเสบียงลงอย่างช่วยไม่ได้ กองทัพไทยจึงต้องตีฝ่าวงล้อมขุนศึกเฒ่าแห่งเมืองหงสาวดีกลับกรุงธนบุรีหลังจากถูกล้อมอยู่เป็นแรมเดือน

การเดิมพันนั้นเกิดขึ้นตังแต่สมัยก่อนแล้วแต่ก็เป็นอย่างที่รู้ๆกัน บ้านเราการเดิมเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแต่เราก็มีพื้นที่สำหรับการเดิมพันให้ท่านมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ w88 ก็มีการเดิมพันมากมายให้ท่านได้เลือกไม่ว่าจะเป็นเดิมพันกีฬาหรืออื่นๆ เอาเป็นว่าเราเราหยุดเรื่องนี้ก่อนแล้วไปต่อกันที่สาระกันเลย

ออกนอกเรื่องหมากรุกไปไกลเล็กน้อย แต่เห็นว่าเป็นประวัติศาสตร์การรบที่สำคัญครั้งหนึ่งของคนไทยสมัยกรุงธนบุรี เป็นเหตุการณ์ที่คนรุ่นหลังควรระลึกถึงบุญคุณของท่านเหล่านั้นไว้ เพราะเป็นผู้ที่ช่วยปกป้องและจัดการ บ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นปึกแผ่นมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ บ้านเมืองสงบเย็นลงแล้ว กีฬาหมากรุกก็กลับมาครื้นเครงกันอีกครั้งหนึ่งทั้งที่วัง ที่วัด และแหล่งชุมชนน้อยใหญ่ทั่วทุกหัวเมือง โดยเฉพาะตาม วังต่างๆ ที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงหลายพระองค์ก็จัดให้มีสำนักหมากรุกหรือซุ้มหมากรุกของตนเอง เล่นกันในกลุ่มระหว่างบ่าวไพร่ บางคราวก็แข่งขันกับสำนักอื่น วังอื่น ตัวหมากรุกก็ได้ประดิษฐ์ให้ดูแล้วสวยงามน่าจับต้อง วัสดุที่นำมาทำตัวหมากเดิมเป็นไม้ ก็เปลี่ยนเป็นงาแกะสลักงดงาม มีศิลปะทรงคุณค่า ส่วนตามวัดตามบ้านก็ใช้ลูกหมากรุกที่ทำด้วยไม้กันเป็นพื้น เบี้ยใช้เปลือกหอยทะเลอย่างเดิม ตัวหมากรุกชุดงาแกะสลักนั้นถึงกับประกวดประชันความงามวิจิตรกันขึ้นในหมู่เจ้านายและขุนนางชั้นสูง ความนิยมเช่นนี้มีมาจนกระทั่งถึงวาระการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

พระมหากษัตริย์ไทยสมัยนี้ นับตั้งแต่องค์ปฐมบรมกษัตริย์มาจนถึงรัชกาลที่ ๖ เชื่อว่าทรงหมากรุกเป็นทุก พระองค์ เพียงแต่ว่าพระองค์ใดจะโปรดมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นเอง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์สุภาษิตเพื่อไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์จะ ได้น้อมนำเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยทรงเปรียบความว่า ชีวิตที่จะต้องก้าวเดินไปข้างหน้านั้นมีอุปสรรคสิ่งอันตรายอยู่รอบด้าน ต้องคอยระมัดระวังและรู้เท่าทัน จึงจะเอาตัวรอดได้ เหมือนการเล่นหมากรุกที่ต้องรอบคอบ รู้เขารู้เรา เมื่อถึงคราวจะต้องสูญเสียก็จำต้องเสียทุกครั้ง เมื่อมีการเคลื่อนไหวก็ต้องคิดหาหนทางก้าวหน้า ดังพระราชนิพนธ์

“หมากรุกขาดขุนเป็นบุญของเบี้ย

ไม่รู้ที่ได้เสียจะตกตากด

ม้าดีมีพยศจะเชื่องเหมือนฬา

ใครอยากจะไปหน้าจะตกกลับหลัง

ความจริงจังอยู่กับคนพวกมาก

ตกที่ลำบากต้องทำใจเหมือนนํ้า

อยากเดินคํ่าๆ ต้องคลำหาทาง

ต้องรู้ทั้งหัวทั้งหางจึงจะจับถนัด

ตกแต้มติดขัดต้องยอมให้กินเปล่า

คิดจะเดินทางยาวต้องคิดถึงเรือ”

เล่ากันว่าสมเด็จพระปิยมหาราชนั้น โปรดกีฬาหมากรุก อยู่มาก จึงมีนักหมากรุกฝีมือเยี่ยมในรัชสมัยนี้หลายคน ทั้งเจ้านาย ขุนนางและพระสงฆ์ ว่ากันว่าสมเด็จพระวันรัต (จ่าย) วัดมหาธาตุนั้น รับนิมนต์เข้าวังบ่อยๆ เพื่อเป็นคู่ซ้อมให้พระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงหมากรุกด้วย เพราะสมเด็จพระวันรัตรูปนี้มีฝีมือในการเล่นหมากรุกชนิดเยี่ยมยุทธ์ผู้หนึ่ง เป็นผู้นำวิธีการไล่ม้าเม็ดหรือมวยเม็ดที่เรียกว่า “กระรอกไต่ราว” มาใช้ก่อนใครจนแพร่หลายเป็นแบบอย่างที่ยกย่องกันมาจนถึงปัจจุบัน ในรัชกาลที่ ๖ เจ้านายและ ขุนนางนิยมเล่นหมากรุกกันแพร่หลายออกไปอย่างมาก มีสำนักหมากรุกที่มีชื่อในท้องที่หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ และในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ราว ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้มีการแข่งขันหมากรุกทำนองชิงแชมป์แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าพระยาอรรคเทวินทร์เป็นผู้ชนะเลิศ นับเป็นแชมป์หมากรุกที่เป็นทางการคนแรกของประเทศไทย

พอถึงยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลังปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เจ้านายและขุนนางชั้นสูงถูกเพ่งเล็งว่าอาจทำการขัดขวางต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของคณะผู้ก่อการ จึงถูกลิดรอนสิทธิ์และจำกัดอำนาจบางประการ จนหลายพระองค์ทรงอึดอัดพระทัยต้องเสด็จไปประทับในต่างประเทศ วังต่างๆ และบ้านขุนนางที่มีอำนาจอยู่ก่อนหนา้นั้นก็เงียบเหงา ร่วงโรยไร้ความหมายลง คณะก่อการแม้อาจนิยมชมชอบ กีฬาหมากรุกกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนี้มากนัก เพราะต้องคอยห่วงรูปแบบการปกครองใหม่ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องอำนาจของตนเอง ของคณะและมีบางคนเหมือนกันที่คิดถึงประเทศชาติ ส่วนใหญ่จึงเครียดและเคร่งขรึม บ้านเมืองแม้จะมีความหวังใหม่ในสายตาของกลุ่มผู้ก่อการ แต่ลึกๆ แล้วเงียบเหงาซบเซา จนบางกลุ่มเห็นว่ามันสิ้นหวังเอาเลยทีเดียว นักหมากรุกที่เคยครึกครื้นเฮฮากันก่อนหน้านั้น ก็ต้องเก็บลูกเข้าลิ้นชักยุบสำนักปิดสมาคมไป

จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๓ หมากรุกเริ่มแพร่หลายออกสู่สังคมอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ประชาธิปไตยยังอยู่ในชั้นอนุบาล โดยในปีนี้ได้มีการแข่งขันชิงแชมป์หมากรุกแห่งประเทศไทยขึ้นอีกครั้ง ปรากฏว่า นายผล สุขา เป็น ผู้ชนะเลิศ หลังปีนี้แล้วนางสาวสยามที่ผู้คนทั้งโลกเยินยอกันว่ายิ้มสวยก็ถูกญี่ปุ่นขืนใจ แรกๆ ดูเธอก็ปวดใจขมขื่น แต่ไม่นานก็เคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับแสงศิวิไลซ์ เลิกกินหมาก กินพลู ปลดชายกระเบนออกแล้วนุ่งซิ่นสวมหมวก ในเวลาถัดมาเพียงเล็กน้อย ฝรั่งก็เข้ามาหมายจะแย่งเธอไปจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ ขณะที่มือซ้ายโอบกอดญี่ปุ่นอยู่ มือขวาก็เช็กแฮนด์กับฝรั่ง แล้วไม่นานทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งต่างก็กลับบ้าน ทิ้งเธอให้ผจญชะตากรรม ต้องต่อสู้กับความอดอยากขาดแคลน แม้ปัจจัยสี่ก็มีไม่พอบริโภค นั่น คือเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่กระทบกระเทือนคนไทยเราอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หมากรุกในยุคนี้ต้องหยุดการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปถึง ๒๐ ปีเต็มๆ เพิ่งมา เริ่มกันอีกทีในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยเทศบาลกรุงเทพฯ เป็นผู้ริเริ่มจัดให้มีการแข่งขันขึ้น เรียกกันว่าการแข่งขันท้องสนามหลวง ราวๆ ช่วงเดือนเมษายนของทุกปีปรากฏว่า นายสม บรมสุข เป็นแชมเปี้ยนติดต่อกันมาหลายปี จากนั้นก็มีนักหมากรุกมือดีรุ่นใหม่ผลัดเปลี่ยนกันเป็นแชมป์สืบต่อกันมา การแข่งขันและสถานที่แข่งขันก็เปลี่ยนไป จนมาถึงยุคแข่งขันชิงแชมป์ขุนทองคำ และรายการอื่นๆ อีกหลายรายการ ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้