ดูแลผู้สูงอายุให้สุขภาพดีได้อย่างไร และ วิธีดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุให้แจ่มใสอยู่เสมอ

เราต่างรู้ว่าผู้สูงอายุนั้น มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และโรคประจำตัวรบกวนสุขภาพ เมื่อสุขภาพกายแย่ ก็ยากที่จะทำให้สุขภาพจิตแจ่มใสได้ ดังนั้น ควรดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุของท่านให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการนั้น ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ตามมาดูกันเลยค่ะ

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

  • อาหาร – ควรดูแลผู้สูงอายุเรื่องอาหาร ให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และเป็นประโยชน์จริงๆ เช่น อาหารอ่อนๆที่กินได้ง่าย อาหารจำพวกผักและผลไม้ สามารถกินได้ตลอด เพราะอุดมไปด้วยใยอาหารและวิตามิน ช่วยบำรุงร่างกายให้มีเรี่ยวแรงและขับถ่ายได้ง่าย และควรลดอาหารรสจัด อาหารที่ปรุงไม่สุกหรือไม่สะอาด อาหารทำมีไขมันมากเกินไปก็ควรหลีกเลี่ยง เช่นกัน
  • สุขอนามัย – ควรดูแลเรื่องความสะอาด และสุขอนามัยไม่ให้สกปรก เพราะความสกปรกอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ และควรลดอบายมุขทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หรือเครื่องดื่ม ทุกประเภท
  • ที่อยู่อาศัย – ควรสะอาด ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทง่าย และไม่วางของเกะกะ ขวางทาง หรือไม่เป็นระเบียบ เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุได้
  • ออกกำลังกาย – ควรงดออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมาก ให้ใช้วิธีออกกำลังเบาๆ เช่น เดินเล่นรอบๆพื้นที่ หรือแกว่งแขนลดพุงก็ใช้ได้


โรคที่มักเกิดกับผู้สูงอายุมีหลายโรค

โรคประจำตัวของผู้สูงอายุ และมักบั่นทอนกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป ดังนั้น การมีความเข้าใจในโรคของคนชราแต่ละคน และดูแลอย่างถูกต้อง แม้อาจจะไม่ได้ทำหายขาดทันที แต่ก็สามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคเหล่านี้ได้ เราลองมาดูโรคที่มักเกิดกับผู้สูงอายุกัน

  • โรคเบาหวาน – เป็นโรคยอดนิยมที่มักเกิดกับคนแก่หลายๆคน เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น การดูแลต้องดูแลทั้งเรื่องอาหารการกินที่มีน้ำตาลน้อย และต้องระวังอย่าให้เป็นแผลเพราะแผลนั้นอาจจะลุกลาม และหายช้ามาก ต้องกินยาและไปพบหมอตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
  • โรคความดันโลหิตสูง – อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และส่งผลกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะไม่อาจจะทำกิจกรรมหลายๆอย่างได้ตามลำพัง จำเป็นต้องมีคนดูแลใกล้ชิด ต้องควบคุมเรื่องอาหาร และต้องวัดแรงดันโลหิตอยู่เสมอ หากเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที ดังนั้นผู้ดูแลจะต้องเฝ้าสังเกตอาการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเป็นพิเศษ
  • อาการปวดหลัง – เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายและกระดูกถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน เมื่อแก่ตัวลงก็มักเกิดอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ จะต้องกินยาหรือทายา และงดกิจกรรมหนักๆ เช่น วิ่งหรือยกของหนักทั้งหมด แต่ก็ยังอาจจะมีอาการปวดหลังอยู่ดี ดังนั้นผู้ที่ดูแลต้องคอยหายาให้กิน ทายาให้ เป็นเพื่อนพูดคุย อย่าให้ผู้สูงอายุเครียด
  • นอนไม่หลับ – อาการนอนไม่หลับไม่ได้เกิดเฉพาะกับวัยทำงานเท่านั้น กับผู้สูงอายุอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายก็เกิดขึ้นได้มาก ควรแข็งใจข่มตานอนให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน เพราะกลางคืนอาจจะนอนไม่หลับ หาหนังสือมาอ่านก่อนนอน จะได้มีสมาธิ และง่วงนอน และหลีกเลียงเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆที่มักทำให้ใจสั่น

เราจะมาพูดถึงเรื่อง การดูสุขภาพจิตของดูแลผู้สูงอายุ กันค่ะ ผู้สูงอายุโดยทั่วไปมักมีปัญหาเรื่องจิตใจห่อเหี่ยว และอารมณ์แปรปรวน อันเนื่องมากจากสาเหตุหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องสุขภาพร่างกาย โรครุมเร้า การสูญเสีย อาการซึมเศร้าหลังจากการผ่าตัด รวมทั้งมีความเข้าใจ และความจำที่ไม่ดีเหมือนที่เคยเป็น
สำหรับคนที่ใกล้ชิด ผู้ต้องคอยดูแลผู้สูงวัยที่มีจิตใจห่อเหี่ยว กำลังใจถดถอย ก็ย่อมอยากให้พวกท่านมีอารมณ์แจ่มใส เบิกบาน ใช้ชีวิตในช่วงวัยนี้อย่างมีความสุข และมองโลกในแง่ดีบ้าง

ดังนั้น สำหรับผู้ที่คอยดูแลผู้สูงอายุเอง ก็จะต้องมีอารมณ์ร่าเริง แจ่มใสอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงจะสามารถช่วยทำให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตที่ดี และแจ่มใสอยู่เสมอ และคำแนะนำเหล่านี้อาจจะช่วยคุณได้

เมื่อพบอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ควรเข้าใจ เห็นใจ และรับฟังปัญหานั้นๆ คอยเป็นเพื่อนพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่พวกท่านกำลังกังวลใจอยู่ ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถจะช่วยแก้ปัญหานั้นได้ แต่อย่างน้อย ก็สามารถเป็นเพื่อนที่รับฟัง ช่วยให้พวกท่านได้ระบายออกมาบ้าง
เป็นเพื่อนพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้สูงอายุ ในเรื่องอื่นๆ ทั่วๆไป จะทำให้ผู้สูงอายุไว้ใจ และสามารถบอกกล่าวเรื่องต่างๆ ที่เป็นปัญหาสำหรับพวกท่าน ให้เราได้รับทราบข้อมูล และอาจจะสามารถหาหนทางช่วยแก้ปัญหานั้นได้


การทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้เจอบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ (หากผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนย้าย หรือเดินทางได้สะดวก) หรือออกมามีกิจกรรมรอบๆ บ้าน เช่น ในสวน ก็เป็นไอเดียที่ดีเช่นกัน
ช่วยทำในสิ่งที่ผู้สูงอายุร้องขอ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เช่น ช่วยออกไปส่งจดหมายให้ อ่านหนังสือให้ฟัง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เราสามารถทำได้ เป็นต้น ก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขเล็กๆน้อยๆได้
อย่านำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของเรา ไปเล่าให้ผู้สูงอายุฟัง เพราะว่าผู้สูงอายุมักจะวิตกกังวลง่ายอยู่แล้ว และอาจมีเรื่องเศร้าในชีวิตของพวกท่านมากพอแล้ว ดังนั้นควรเล่าเรื่องดีๆ เรื่องที่ทำให้สบายใจ และน่าสนใจให้ฟังแทน
นี่เป็นเพียงบางส่วน ที่อยากให้คุณได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งของผู้สูงอายุ ว่าพวกท่านสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยที่มีทัศนคติเชิงบวก หรือมองโลกในแง่บวก เพื่อไม่ให้คนใกล้ชิด หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ต้องมาคอยรองรับอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้สูงอายุ

Happy retired couple embracing

เพียงแค่ทำเรื่องง่ายๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่พวกท่านต้องการ เท่านี้ผู้สูงอายุในการดูแลของคุณ ก็จะมีสุขภาพจิตดี และคุณก็จะมีสุขภาพจิตดีด้วย เพราะอยู่ใกล้คนที่แจ่มใสร่าเริง

ส่วนเรื่องที่ต้องดูแลอย่างอื่น ทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่หลับที่นอน หรือการออกกำลังกายที่จะต้องทำอยู่แล้ว ก็ต้องทำเป็นประจำ ไม่ควรละเลย

และสิ่งเหล่านี้คือข้อแนะนำที่คุณสามารนำไปปรับใช้ สังเกต และปฏิบัติตัว เพื่อช่วยผู้สูงอายุให้มีเพื่อนคุย การอยู่ใกล้ๆ และคอยรับฟังพวกท่านบ้าง จะช่วยให้ท่านคลายกังวลลงได้ และกลับมาจิตใจเข้มแข็ง ร่าเริง พร้อมดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขได้ต่อไป

อ่านเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่..http://theantix.com